FOLLOW FANPAGEข่าวสารทางการศึกษา โครงการต่างๆ รับตรงทุกมหาวิทยาลัย

รับตรง60 สถาบันพระบรมราชชนก เปิดรับ 8-21 ม.ค. 60

กำหนดการเปิดรับสมัคร (อย่างไม่เป็นทางการ) ๘ – ๒๑ มกราคม ๒๕๖๐

สถาบันพระบรมราชชนกได้กำหนดคุณสมบัติการสมัครของกลุ่มบุคคลทั่วไป สำหรับระบบคัดตรงจากพื้นที่ ดังนี้
คุณสมบัติทั่วไป
๑. เป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดที่มีโควตาให้เข้าศึกษาไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถึงวันเปิดภาคการศึกษา หรือบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบธรรมตามกฎหมายมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดที่มีโควตาให้เข้าศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปีนับถึงวันเปิดภาคการศึกษา (ผู้ปกครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย คือบุคคลที่ศาลตั้งขึ้นให้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ ในกรณีที่บิดา หรือมารดาของผู้เยาว์ไม่มีอำนาจปกครองแล้ว)
๒. ไม่เป็นบุคคลซึ่งรับการบรรจุแต่งตั้งให้รับราชการ ลูกจ้างประจำ หรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ
๓. เป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา
๔. เป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ มีบุคลิกภาพที่เหมาะสม ไม่มีความพิการ หรือผิดปกติทางด้านร่างกายและจิตใจ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ
๕. เป็นผู้มีความประพฤติดี ไม่เคยมีชื่อเสียงเสียหาย ไม่เคยต้องโทษในคดีอาญา
๖. ถ้าเป็นชายต้องไม่เป็นผู้ถูกคัดเลือกเข้ารับราชการทหารในเดือนเมษายน ๒๕๖๐ และไม่เป็นภิกษุสามเณร ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามภิกษุสามเณรเรียนวิชาชีพ หรือสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. ๒๕๓๘
๗. ผู้สมัครในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า ๑๕๕ เซนติเมตร
๘. กรณีใช้สิทธิบุตร อสม. ต้องเป็นบุตรโดยกำเนิดหรือโดยสายโลหิต มีบิดาหรือมารดาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านของกระทรวงสาธารณสุขไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันเริ่มทำใบสมัคร

คุณสมบัติและเกณฑ์ด้านการศึกษา
๑. เป็นผู้กำลังศึกษาหรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ และครบตามเกณฑที่กำหนด (เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว) ดังนี้
____๑) หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช ๒๕๒๔ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๓๓) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์(โครงสร้าง ๒) ๒๕ หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์(โครงสร้าง ๓) ๒๑ หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์(โครงสร้าง ๑) ๑๕ หน่วยการเรียน และภาษาอังกฤษ ๑๒ หน่วยการเรียน
____๒) หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช ๒๕๔๔ หรือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า ๒๒ หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต และสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต
๒. รับเฉพาะผู้ที่ศึกษาหลักสูตรการศึกษาในระบบโรงเรียน โปรแกรมที่เน้นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ไม่รับผู้สำเร็จการศึกษานอกโรงเรียน หรือหลักสูตรเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย)
๓. ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPA) กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ และผลการเรียนเฉลี่ยสะสมกลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ (กำลังศึกษา ม.๖ ใช้ผลการเรียน ๕ ภาคเรียน สำเร็จ ม.ปลาย ใช้ผลการเรียน ๖ ภาคเรียน)
๔. มีผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คะแนน และมีผลการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ (PAT2) ไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน (ผลการทดสอบต้องมีอายุจนถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร)

คุณสมบัติด้านสุขภาพ จะต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ และไม่เป็นโรคประจำตัวซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ดังนี้
๑. โรคหัวใจที่มีพยาธิสภาพที่หัวใจ ทั้งชนิดเป็นมาแต่กำเนิดและมาเป็นภายหลัง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
๒. มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
____๑) ตาบอดแม้แต่ข้างเดียว
____๒) ตาบอดสี โดยเฉพาะแม่สีหรือตาบอดสีชนิดรุนแรง ซึ่งได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
____๓) ระดับการมองเห็นในตาข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้ว ยังวัดได้แย่กว่า ๖/๑๒ หรือ ๒๐/๔๐
____๔) ตาพิการ หรือมีความผิดปกติ เช่น ตาเหล่
๓. หูหนวก ชนิดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือหูตึงที่ใช้เครื่องช่วยฟัง (Hearing aid) แล้วการได้ยินไม่ปกติแม้แต่ข้างเดียว หรือโรคหูอื่นๆ ซึ่งแพทย์เฉพาะทางและคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
๔. วัณโรคปอดในระยะติดต่อเรื้อรัง หรือโรคติดต่อในระยะอันตรายที่จะมีผลต่อผู้รับบริการ หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
๕. โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการตรวจร่างกายเห็นเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
๖. โรคไตที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
๗. โรคเบาหวานทุกระดับ
๘. โรคจิต หรือมีสุขภาพจิตไม่สมบูรณ์ ซึ่งจิตแพทย์ คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการตรวจร่างกายเห็นเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
๙. เสพสารเสพติดทุกชนิด และโรคพิษสุราเรื้อรัง
๑๐. โรคคนเผือก
๑๑. โรคและอาการอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานทางการพยาบาลและสาธารณสุข โดยพิจารณาเป็นรายหลักสูตร เช่น
____๑) ร่างกายต้องไม่ผิดรูป หรือพิการจนเสียบุคลิกลักษณะ เช่น ศีรษะและส่วนประกอบของใบหน้าผิดรูป แขน ขา มือ หรือเท้าผิดรูป ซึ่งคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการตรวจร่างกายเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อวิชาชีพและลักษณะงาน
____๒) กระดูก หรือกล้ามเนื้อบางส่วนมีความพิการที่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น เท้าปุก อัมพาต หรือมีกล้าเนื้อลีบ อ่อนแรง ทำให้เสียบุคลิกภาพ ซึ่งคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการตรวจร่างกายเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อวิชาชีพและลักษณะงาน
____๓) โรคเรื้อน หรือโรคผิวหนังที่มีความผิดปกติเห็นเด่นชัดจนเสียบุคลิกภาพ
____๔) โรคเท้าช้าง
____๕) โรคลมชัก ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อันจะก่ออันตรายต่อตนเองและผู้อื่น (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย ๓ ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

360 Comments